2007/Aug/15

บางที เราก็รู้สึกแย่ เวลาที่โทรไปหาเพื่อนแล้วเพื่อนไม่อยากคุยด้วย

ไม่รู้สิ...บางทีเราไม่มีใครให้โทรหา (ก็ปกติ โทรหาผัวอ่ะนะ แต่ตอนนี้ผัวอยู่ตปท.อ่ะ มันแพงงิ)

ก็เลยต้องโทรหาเพื่อน(ที่เราคิดว่าสนิท) นี่ล่ะ

บางคน (เพื่อนสนิท) พอมีแฟนแล้วก็หายหัวไปจากเพื่อนเลย พอมันอกหัก หรือมีกิ๊กใหม่ก็ถึงจะกลับมาสนิท

อันนี้ ตอนแรกก็งอนๆนะ ตอนหลังเริ่มเข้าใจ ก็ปล่อยมันไป พอโทรไป ถึงมันจะรีบๆรับ ก็ยังรู้สึกถึงความสนิทนิดหน่อย

แต่เพื่อนบางคนเนี่ย วี่แววการมีแฟนน้อยมากๆ แล้วจะว่ามันยุ่งก็คงไม่ได้ เพราะงานก็ไม่ค่อยมี ไม่ได้ทำงานประจำเหมือนคนอื่นเค้า

เราก็ไม่ได้โทรไปบ่อยๆ ขนาดนั้นซะหน่อย แต่บางทีเรามีเรื่องอัพเดต หรืออยากแชร์กับเพื่อนบ้างง่ะ

แต่เพื่อนเวลามันเหงา หรือว่างเนี่ย โทรหาเราไม่เคยจะปฎิเสธ หรือตัดบทเลยนะ

พอเวลาเราเหงา เรากลุ้ม จะหาเพื่อนปรับทุกข์ (ที่คิดว่าเข้าใจเราและสนิท) กลับไม่มีเลยแฮะ

เวลาโทรไปแล้วตัดบท ทั้งๆที่เรายังพูดธุระไม่จบเนี่ย มันน่าน้อยใจนะ เรารู้สึกแย่อ่ะ (เพื่อนสนิทคนแรกที่มีแฟน มันก็ทำกับเราตอนนี้เหมือนกัน)

มันอาจจะคิดว่าเราสนิทกันเกินขั้นจะมาน้อยใจแล้วก็ได้

แต่กับแฟนเราอ่ะ เราบอกเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มคบกันเลยนะ ว่าเราไม่ชอบการถูกตัดบท และต้องให้เราวางสายก่อน เพราะบางทีเรายังมีอะไรพูดอีก ยังไม่จบ ไม่อยากโทรไปใหม่ เสียความรู้สึก และเสียดายตังค์ง่ะ

แต่ทีนี้ มันเป็นกับเพื่อนไง จะไปบอกมันก็กระไร จะหาว่าเราเว่อร์อีก

แถมดูมันก็ข่มๆเราเข้าไปทุกวัน ก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าเราก็ทำงานกับมัน มันก็แบ่งเงินให้เราด้วย

แต่ตอนนี้ เรากลับมี Self esteem น้อยลง เพราะว่าเราวางตัวเองต่ำกว่าเพื่อนๆน่ะ

เราก็กลับมาคิดนะ....อืม อาจเพราะตอนนี้เราเหงาจริงๆ ไม่มีเพื่อนสนิท(ที่คิดว่าสนิท)เลย

แฟนเราก็ไม่อยู่ ปกติเราจะไม่แคร์เรื่องเล็กๆน้อยๆของเพื่อนขนาดนี้ เพราะเรายังมีแฟนเป็นนัมเบอร์วันอยู่ มีอะไรก็โทรหาเค้าคนแรกเสมอ

จุดนี้ เราก็พยายาม dissonance ตัวเองนะ ว่าเด๋วแฟนกลับมาแล้ว เราคงจะรู้สึกดีขึ้น

เราเองไม่ใช่คนติดแฟน ติดเพื่อนอะไร แต่บางครั้ง เราจิตตกกับเรื่องอื่นๆมา เราก็อยากมีคนปรึกษาบ้าง

ชีวิตคนเรา ยิ่งแก่ ยิ่งโดดเดี่ยวนะ

แล้วมีอีกคนนึงนะ กลุ่มเดียวกับคนแรกนั่นแหละ เราอุตส่าห์นัดกินข้าวเพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของมัน เราก็มีธุระ เพื่อนคนอื่นก็มีธุระ

ก็นัดเวลากันแล้ว แต่เราโทรไป กลับยังอยู่บ้านตอนเวลาที่ควรจะถึงสถานที่แล้ว

เพราะรอเพื่อนอีกคนที่ชอบตัดสายเรานั่นแหละ มารับมัน

เราควรทำยังไงเหรอ?

นี่เราจัดงานนี้ ยอมตื่นเช้า เพื่อมาเลี้ยงข้าวพวกมันเลยนะ ทำไมพวกมันไม่เห็นความสำคัญเลยวะ

งานเนี้ย เหมือนเลี้ยงวันเกิด เลี้ยงรับปริญญาเราด้วยไง เราเลยยิ่งรู้สึกว่า เพื่อนเราไม่แคร์เราเลยหรือเปล่า

ที่สำคัญ แทนที่เราจะวีนมัน เพราะมันมาสาย แต่มันกลับหาว่าเราวีนมันทั้งๆที่เราไม่ได้วีน เพื่อนที่อยู่ข้างๆเราก็เป็นพยานได้ว่า เราไม่ได้ทำเสียงไม่ดีกับมันเลย

เราแค่ถามว่า เออ...มันรู้หรือเปล่าว่านัดกัน 11 โมง (เพราะเราไม่ได้ sms ไปหามัน) มันคิดว่าเราวีนมันหรอ

แล้วเพื่อนคนที่มารับมันน่ะ ก็สรุปว่า นอนดึก ตื่นไม่ไหว ไม่อยากขับรถมาเพื่อกินอย่างเดียว

โหย........เข้าใจนะ เข้าใจ แต่มันเจ็บว่ะ นี่กูตื่นเช้ามาเลี้ยงพวกมึงนะเนี่ย ให้กูจ่ายเป็นเงินก็ได้นะ แต่พวกมึงบอกไม่เอากันเอง

จนตอนนี้ อีคนที่คิดว่าเราวีนก็ยังโกรธเราอยู่ แต่เราไม่แคร์ว่ะ เพราะอันนี้เราไม่ผิดจริงๆ เราไม่ได้วีนนะ ทำไมต้องมาหาเรื่อง ต้องมีอคติกับเราด้วย

ตอนที่เราเรียนอยู่ เราก็ยอมรับว่าเราชอบมาสาย แต่มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย พอจบมาก็แทนที่จะดูสิ่งที่เราเป็นปัจจุบัน กลับลากเรื่องเก่าๆมาทำให้เราเสียใจ

แล้วก่อนนั้น เราก็ไปทำธุระให้เพื่อนคนแรกที่มันชอบตัดสาย อุตส่าห์เดินตากฝนไป โทรไปหา กลับพูดเหมือนไม่เต็มใจคุย (อย่างที่มันชอบตัดสายเราก่อนเวลาอันควรน่ะแหละ)

เราก็อุตส่าห์ทำให้ ทั้งๆที่ไม่ใช่ธุระของเราเลย มันกลับคิดว่า เราพูดไม่ดีกับมันซะงั้นน่ะ

กูน่ะ งอนมึงนะ....ไม่ใช่มึงมางอนกู

แล้วการง้อของมัน ก็ไม่ดีเลย เราเลยปฎิเสธงานที่ต้องไปสนุกด้วยกัน เพียงเพราะเราไม่สนุกกับมันแล้ว มันทำไม่ดีกับเราเลย

แต่เรากลับเป็นทุกข์แฮะ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ เพราะรู้สึกน้อยใจว่าทำไมเพื่อนไม่แคร์ความรู้สึกเราเลย

เราไม่ได้วีนพวกมันเลยเหอะ กับแฟนเรา ยังวีนมากกว่า

แล้วพอเกิดกรณีที่เพื่อนเบี้ยวนัดแล้วหาว่าเราวีน อีเพื่อนคนนี้ก็เข้าข้างมัน ทั้งๆที่ไม่ฟังความเราเลย

เราก็เสียใจนะ แถมมันยังมาด่าเราอีก ว่าเราเป็นวีนไม่รู้ตัว เออ...นะ......ช่างมึงละกัน

เราก็เลยต้องง้อมัน ...เพราะรู้ดีว่าเราไม่มีใครแล้วอ่ะนะ มันรู้สึกแย่ๆยังไงไม่รู้

กูอาจจะเป็นลูกไล่ของมึงมานาน จนมึงทำให้กูเสียเซ้วในตอนนี้

แต่ต่อไป กูจะกลับเป็นคนเดิมที่มีความนับถือตัวเองเท่าเดิม

ก่อนนี้ 1 ปีเราก็เลื่อนมันมาเป็นเพื่อนสนิทชั้นใน(สนิทมาก) อีกครั้ง หลังจากเลื่อนมันออกมาหลายปีหลังจากเรียนจบ

เราก็คงต้องถอยระยะห่างระหว่างพวกมันแล้วล่ะ ตัวเองจะได้ไม่เจ็บ แล้วก็แคร์แฟนเรามากขึ้น

ตอนที่เรายังเริงร่ากับเพื่อนสองคนนี้น่ะ เราทำตัวไม่ดีกับแฟนเราเลย เราโมโหแฟน แล้วก็วีนแฟนมากๆ แต่ตอนนี้ รู้แล้วว่า ใครที่แคร์เราจริงๆ

เราไม่ใช่คนยึดติดกับแฟนนะ แต่ถ้าแฟนเราดีกว่าเพื่อนจริงๆ ก็คงต้องเลือกแฟนแล้วล่ะ

สิ้นเดือนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเราคงจบกันอย่างค่อยๆเป็น ค่อยๆไป

เรารู้สึกแย่มาพอแล้ว

2007/Feb/01

ช่วงนี้ รู้สึกอยากจะขอบคุณคนรอบตัวเราบ้าง

คิดว่า(บางคน)เค้าคงไม่ได้มาอ่านหรอกเนอะ

เขียนไป น้ำตาจะไหล.....ช่วงนี้ อ่อนไหวนะเนี่ย

แค่เรียกแท็กซี่ที่ไม่ได้เป็นคันที่มาก่อน ก็รู้สึกแย่แล้ว

เจอคนหาเรื่องวนิพกที่สยามก็หดหู่

เลยซื้อซีดี+ดีวีดี ดงบังอัลบั้ม 3 เวอร์ชั่น D มาย้อมใจซะเลย อิอิ


ขอขอบคุณอ.วอ และอ.กี้ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ถึงแม้จะยังไม่เสร็จสิ้นดี แต่การสอบ 3 บทแรกที่ผ่านมา อ.ก็ให้กำลังใจและให้คำแนะนำที่ดีมากๆ
เพิ่งรู้ว่า ที่เค้าต้องการกำลังใจนี่ ถึงกับร้องไห้มันขนาดไหน
อ.ที่ปรึกษาก็ควรมีจิตวิทยาในการคุยกับเด็กนะ
เราได้เป็นอ.พิเศษนิดๆหน่อยๆ เราก็พอเข้าใจว่าเราชอบอ.แบบไหน ก็เลยจะเป็นอ.แบบนั้น
แต่บางครั้งเราก็แอ๊บหลุดบ้าง...เราหวังว่าน่าจะเป็นอะไรที่เราเต็มที่แล้วอ่ะ

ขอบคุณแม่ พ่อ และที่รัก ที่คอยดูแลเวลาเราป่วย
อุตส่าห์เมารถ ง่วงนอนกันไปรอ ขอบคุณมากๆ

ขอบคุณเพื่อนๆ ป.โทนะ ถึงจะได้ช่วยกันบ้าง น้อยบ้าง มากบ้าง แต่ก็จะต่อสู้ไปด้วยกัน

ขอบคุณ คุณพยาบาลจิตลดา ที่ให้ความรู้และคอยให้คำแนะนำนะคะ
ขอบคุณ คุณพยาบาลเจริญศรีด้วย ที่นั่งเฝ้าและคอยให้ความฮาตลอด ไม่อยากเชื่อว่าจะ 60 แล้วนะเนี่ย
ขอบคุณ คุณหมอ ทั้งที่รพ.ลาดพร้าว ภูมิพล และรามานะคะ อาจจะจำชื่อไม่ได้หมด ขออภัยนะคะ

เราก็กำลังร้องไห้อยู่ ด้วยความซาบซึ้งทุกๆคนนะคะ
เอาเท่าที่นึกได้ก่อนนะ วันนี้อยากขอบคุณเท่านี้ก่อน

2006/Oct/18

ประกาศจากคณะปฏิสนธิ อุ๊ปส์ ปฏิรูป

เนื่องด้วยเดี๊ยนมีแฟนมาเป็นเวลานานหลายเพลา จนก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเป็นอย่างยิ่ง
แต่ปัจจุบัน ไม่ว่าเวลาใดที่ข้าพเจ้าและฮับบี้ได้อยู่ด้วยกัน เช่น เดินห้าง กินข้าว นั่งรถเมล์ ฯลฯ
จะมีโทรศัพท์เข้ามาที่ข้าพเจ้าอยู่เป็นเนืองนิจ โดยไม่ทราบเหตุผล อีกทั้งยังต้องคุยจนติดลมเป็นเวลามากกว่า 2 นาที แต่ไม่เกิน 4 นาทีโดยเฉลี่ย
ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่บางครั้งก็เป็นการคุยชิวๆ บางคนก็โทรมาจากนอกเมือง เอ๊ย เมืองนอกเลยทีเดียว
ไอ่เราจะบอกว่า เฮ้ย วางสายก่อน ผัวอยู่ก็จะดูไม่ดี ชิมิแคะ....ก็เลยต้องคุยไป แต่บางคนนั้น มันก็น็อนสต๊อปจนต้องบอกเลยตรงๆ
คือแบบ......เราเข้าใจทั้งสองฝ่ายน่ะนะ แต่บางครั้งเราก็อยากจะรู้เรื่องที่เพื่อนมาบอกเหมือนกัน
แล้วเราก็รู้ด้วยว่า การที่เราอยู่กับแฟนนั้น เค้าก็คงจะเบื่อไม่น้อย ที่ต้องคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา
เอาเป็นว่า เพื่อนๆที่มาอ่าน รู้กันนะคะ ว่าเวลาโทรไปหาเพื่อนเนี่ย ถามก่อนว่า ว่างป่าว? (ซึ่งก็ต้องถามต่อด้วยว่า) อยู่กับใคร?
แล้วถ้าอยู่กับแฟนไรเงี้ย ถ้าไม่สำคัญมาก ก็คงต้องวางก่อนน่ะนะ เป็นความเกรงใจโดยมารยาทคนไทย
แล้วถ้าแฟนเผลอ เด๋วเจอกัลลลล เอ๊ย เด๋วเมาท์กันต่อ.....โปรเดี๊ยนตอนนี้ กำลังทำยอดฮ่ะ เดือนที่แล้วได้ 500 บาทเท่านั้น ไม่รวม VAT นะ
(เอิ่ม ถ้าอ่านประโยคข้างบนก็น่าจะรู้แล้วล่ะ ว่าเดี๊ยนงกมาก ไหนๆมีคนโทรมาแล้วก็อย่าให้เค้าเสียเงินเปล่า คุยกันให้รู้เรื่อง
เราจะได้ไม่ต้องโทรกลับไปให้เสียตัว เอ๊ย เสียตังค์อีกไงเคอะ....แต่ก็ดูเป็นเหตุผลที่ไม่ดีเลยใช่ม้า...
อ่ะ ...ก็ได้ๆ วันหลังเวลาเราอยู่ด้วยกัน เราจะไม่คุยโทรสับนานๆแล้วล่ะ อะคิ อะคิ)